บริการ
  การออกใบอนุญาตขายปุ๋ย
  การขอใบแทนใบอนุญาตฯ การขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์/อาหารสัตว์น้ำ
  การอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตขายอาหารสัตว์/อาหารสัตว์น้ำ
  การอนุญาตนำเข้าซึ่งอาหารสัตว์/อาหารสัตว์น้ำ
  การอนุญาตขายอาหารสัตว์/อาหารสัตว์น้ำ
  ข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร
  คำแนะนำการเชื่อมโยงเข้าสู่เว็บไซต์
  แผนที่ตั้งศูนย์บริการร่วม
  การให้บริการเบ็ดเสร็จ
  การขออนุญาตใช้น้ำตามมาตรา 8
  การวิเคราะห์ตัวอย่างปุ๋ยอินทรีย์
  การวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำเพื่อการเกษตร
  การวิเคราะห์ตัวอย่างดิน
  การจดทะเบียนผู้ส่งออกทุเรียนสด ลำไยสดและดอกกล้วยไม้สด
  การออกใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ย
  การอนุญาตและจดทะเบียนผู้มีอาชีพในการประมงฯ
CAll center 1170
บริการ
การออกใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ย


การขอใบอนุญาตเกี่ยวกับปุ๋ยเคมี ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518

ผู้ประกอบกิจการผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า นําหรือสั่งปุ๋ยเคมี เข้ามาในราชอาณาจักร ขายหรือมีไว้เพื่อขายปุ๋ยเคมี และนําปุ๋ยเคมีผ่านราชอาณาจักรจะต้องขอใบอนุญาตเกี่ยวกับปุ๋ยเคมีเสียก่อนแล้วจึงจะ ประกอบกิจการได้ยกเว้นผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าและผู้นำหรือสั่งปุ๋ยเคมี เข้ามาใน ราชอาณาจักรจะต้องขอใบสําคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมีเสียก่อนแล้วจึงจะประกอบกิจการได้

คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาต ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า-นําหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักร-ขายหรือมีไว้เพื่อขายปุ๋ยเคมี
  • เป็นเจ้าของกิจการ
  • มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานที่เมืองไทย
  • มีสถานที่ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า สถานที่ขายปุ๋ยเคมี สถานที่นําหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักร หรือสถานที่เก็บปุ๋ยเคมี
  • ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำ หรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้ รับใบอนุญาตอยู่แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบหนึ่งปี
การขอใบอนุญาตนําหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักร
  • ส่งหลักฐานตามกําหนดท้ายแบบ ปค.1 ได่แก่
  • สําเนาหนั งสือรับรองของสํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) โดยแสดง ชื่อของนิติบุคคล ผู?มีอํานาจลงนามแทนนิติบุคคล สถานที่ทําการและวัตถุประสงค์ 
    สําเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์
  • หนังสือมอบอํานาจและสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้รับมอบอํานาจ (กรณีที่ไม่อาจมาด้วยตนเอง) ติดอากรแสตมป์ 10 บาท สําหรับการใช้ครั้งเดียว หรือติดอากรแสตมป์ 30 บาท สําหรับการใช้ตลอดไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง 
    แผนผังสถานที่เก็บปุ๋ยเคมี
  • สําเนาบัตรประชาชนหรือสําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขอใบอนุญาต
    เงื่อนไข..........สําหรับผู้ขอใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า และ ผู้ขอใบอนุญาตนําหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักร
  • จะต้องขอใบสําคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี สําหรับปุ๋ยเคมีที่ ผลิตหรือนําสั่งฯ ให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วจึงจะผลิตและนําหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักรได้
  • สําหรับการผลิตและนําหรือสั่งปุ๋ยเคมีมาตรฐาน 7 ชนิด ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกเว้นไม่ต้องขอใบสําคัญการขึ้นทะเบียน แต่หากประสงค์ จะผลิตและนําหรือสั่งเข้ามาใน ราชอาณาจักร จะต้องแจ้งขออนุญาตเสียก่อน
  • เมื่อได้รับการอนุญาตแล้ว จะต้องแจ้งปริมาณการผลิตและการนําหรือสั่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทุกงวด 4 เดือน หรือตามหนังสือที่ทางราชการจัดส่งไปสํารวจข้อมูล "ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน" หมายความว่า ปุ๋ยเคมีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกําหนดสูตรและปริมาณขั้นต่ำหรือขั้นสูงของธาตุ อาหารหรือสารเป็นพิษ และลักษณะจําเป็นอย่างอื่นของ ปุ๋ยเคมีดังกล่าวแต่ละชนิด ซึ่งในปัจจุบันได้ ประกาศกําหนดปุ๋ยเคมีมาตรฐานประเภทเชิงเดี่ยว ต้องมีปริมาณขั้นต่ำหรือขั้นสูงของปริมาณธาตุอาหารรับรองหรือสารเป็นพิษที่ ให้มีในปุ๋ยเคมีมาตรฐานหรือ ลักษณะจําเป็นอย่างอื่นของปุ๋ยเคมีมาตรฐาน ตามชนิดดังต่อไปนี้
    • ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต ต้องมีปริมาณธาตุไนโตรเจนทั้งหมด (total nitrogen) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนัก ธาตุไนโตรเจนอยู่ในรูปของแอมโมเนียมไนโตรเจน (ammonium nitrogen) มีลักษณะเป็นเม็ดหรือผลึกหรือเกล็ด โดยไม่มี การเติมสี หรือปรุงแต่งใด ๆ มี ความชื้นไม่เกินร้อยละ3.0 ของน้ำหนัก
    • ปุ๋ยเคมียูเรีย ต้องมีปริมาณธาตุไนโตรเจนทั้งหมด (total nitrogen) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 44 ของน้ำหนักธาตุไนโตรเจนอยู่ในรูปของยูเรียไนโตรเจน (urea nitrogen) มีปริมาณไบยูเร็ต (biuret) ไม่เกินร้อยละ 1.0 ของน้ำหนัก มีลักษณะเป็นเม็ดหรือผลึก โดยไม่มีการเติมสี หรือปรุงแต่งใด ๆ มี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 3.0 ของน้ำหนัก
    • ปุ๋ยเคมีซูเปอร์ฟอสเฟต ต้องมีปริมาณธาตุฟอสฟอรัสอยู่ในรูปของฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (available P2O5) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนัก และมีลักษณะเป็นเม็ดหรือผง โดยไม่มีการเติมสี และมีปริมาณสารหนู (arsenic) ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของน้ำหนัก มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 9.0 ของน้ำหนัก
    • ปุ๋ยเคมีดับเบิ้ลซูเปอร์ฟอสเฟต ต้องมี ปริมาณธาตุฟอสฟอรัสอยู่ในรูปของฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (available P2O5) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของน้ำหนัก มีลักษณะเป็นเม็ดหรือผง โดยไม่มีการเติมสี และมีปริมาณสารหนู (arsenic) ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของน้ำหนัก มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 9.0 ของน้ำหนัก
    • ปุ๋ยเคมีทริบเปิ้ลซูเปอร์ฟอสเฟตต้องมีปริมาณธาตุฟอสฟอรัสอยู่ในรูปของฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (available P2O5) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 45 ของน้ำหนัก มีลักษณะเป็นเม็ดหรือผง โดยไม่มีการเติมสี และมีปริมาณสารหนู (arsenic) ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของน้ำหนัก มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 9.0 ของน้ำหนัก
    • ปุ๋ยเคมีโพแทสเซียมคลอไรด์ ต้องมี ปริมาณธาตุโพแทสเซียมอยู่ ในรูปของโพแทชที่ละลายน้ำ (watersoluble K2O) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของน้ำหนักมีลักษณะเป็นเม็ดหรือเกล็ดหรือผง โดยไม่มีการเติมสี มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 3.0 ของน้ำหนัก
    • ปุ๋ยเคมีโพแทสเซียมซัลเฟต ต้องมีปริมาณธาตุโพแทสเซียมอยู่ในรูปของโพแทชที่ ละลายน้ำ (water soluble K2O) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 48 ของน้ำหนัก มีลักษณะเป็นเม็ดหรือเกล็ดหรือผง ไม่มีการเติมสี มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 3.0 ของน้ำหนัก
  • ระยะเวลาการดําเนินงานและค่าธรรมเนียม
    • ใบอนุญาตนําหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักร ใช้เวลา 1 วันทําการ ค่าธรรมเนียมฉบับละ 1,000 บาท มีอายุตามกําหนดไว้ในใบอนุญาตแต่ไม่เกิน 1 ปี
ฝ่ายปุ๋ยเคมี
ส่วนใบอนุญาตและขึ้นทะเบียน
สํานักควบคุมพืชและวัสดุเกษตร
กรมวิชาการเกษตร
ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-5536-7
fertiard@hotmail.com
หัวข้อ
Download
>> แบบฟอร์มคำขอ
>> ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์ม